[FIC FT ISLAND] ; DEMON BOND : Part II – ข้อเสนอ

 

Pair : WonJae HunHong ShengMin [Fanfiction FT ISLAND]

 

Rate : PG-13 [This part]

 

            “สวัสดีครับคุณซึงฮยอน”ชายใส่สูทที่ยืนหน้าประตูคฤหาสน์หลังใหญ่เอ่ยทักทายเจ้านายคนรองที่เดินตรงมาทางประตู

 

            “พี่วอนบินกลับมาหรือยัง”ซึงฮยอนถามชายคนนั้น

 

            “คุณวอนบินยังไม่กลับมาเลยครับ คุณวอนบินฝากถึงคุณซึงฮยอนว่าวันนี้คุณวอนบินกลับช้า คุณซึงฮยอนไม่ต้องรอครับเพราะมีธุระสำคัญ”

 

            “แล้วย่านนี้มีแกงค์ไหนไหมที่แต่งตัวเหมือนแกงค์นายอ่ะ”ซึงฮยอนถามต่อ คำถามที่เรียกสีหน้าแปลกใจจากคนถูกถามอย่างเห็นได้ชัด

 

            “ย่านนี้ก็มีแต่แกงค์เรานิครับ”

 

            “งั้นพี่วอนบินกลับมาไปเรียกฉันที่ห้องอ่านหนังสือด้วย”

             “ครับ”ชายคนนั้นโค้งให้เขา ไม่รู้เพราะเคารพเขาจากใจจริงหรือเคารพเงินพี่ชายของเขากันแน่ ซึงฮยอนเดินขึ้นบันไดหินอ่อนที่แกะสลักลวดลายสวยงามบนราวบันได ตรงไปที่ห้องอ่านหนังสือที่อยู่ชั้นสองของคฤหาสน์   

            ชายใส่สูท

 

  

            ซึงฮยอนอดสงสัยไม่ได้กับประโยคที่ได้ยินจากพนักงานร้านหม้อไฟ

 

= = = =  D E M O N B O N D = = = =

 

            เปลือกตาบางเปิดขึ้นช้า ประสาทการได้ยินรับรู้ถึงเสียงการทำงานของเครื่องปรับอากาศ จมูกได้กลิ่นหอมของน้ำหอมปรับอากาศ ห้องกว้างมีเพียงแสงสลัวๆปรากฏสู่สายตาของแจจิน

 

            “ตื่นแล้วหรือไง”เสียงเข้มดังขึ้น แจจินยันตัวลุกขึ้นนั่ง มองไปที่คนๆหนึ่งซึ่งนั่งอยู่บนโชฟาปลายเตียง แสงไฟจากเบื้องหลังของชายลึกลับทำให้แจจินมองไม่เห็นใบหน้าที่แท้จริงของชายผู้นั้น

 

            “ที่นี่ที่ไหน”แจจินมองไปรอบๆ สถานที่แปลกตาทำให้ความกลัวเกาะกุมหัวใจของเขา แต่ตัวของเขาต้องแสดงความกล้าออกมา

 

            ได้เพียงแต่เสียงหัวเราะเยือกเย็นจากชายตรงหน้าตอบกลับมาเท่านั้น

 

            “คุณเป็นใคร??”แจจินหยีตาพยายามมองใบหน้าภายใต้เงามืดนั้น

 

            “คนที่นายอยากเจอไงแจจิน ฉันอยู่นี่แล้วไง อยากต่อรองอะไรก็ว่ามาซิ”ชายคนนั้นลุกขึ้นยืน เดินตรงมาที่ปลายเตียงที่แจจินนั่งอยู่ มือเรียวเอื้อมจับคางมนของแจจิน บังคับให้ใบหน้าสวยนั้นเงยหน้าสบตาเขา

 

            “วอนบินไง ฉันนี่แหละ วอนบิน”มือนั้นค่อยๆบีบคางของแจจิน แม้จะเจ็บปวดแต่เขาก็ต้องอดกลั้น

 

 

            ไม่อยากแสดงความเจ็บปวดออกมาให้ฝ่ายตรงข้าม สมเพช ตัวเอง

   

            “นายเองเหรอ”แจจินใช้มือปัดมือของวอนบินออก

 

            “เก่งนักนะเรา”วอนบินยิ้มมุมปาก แจจินเงยหน้าสู้กับเขา

 

            ใบหน้านั้นเปี่ยมไปด้วยความเลือดเย็น แม้จะเห็นแค่ซีกหน้าเดียวก็ตาม

 

            “นายจะว่ายังไงล่ะ กับหนี้เป็นล้านวอนที่พ่อนายติดไว้กับบ่อนฉัน”วอนบินก้มมองใบหน้าที่เด็ดเดี่ยว ดูเหมือนคนตรงหน้าจะไม่กลัวเลยสักนิด

 

            แต่เขาก็สัมผัสถึงหัวใจที่สั่นริกๆด้วยความกลัวได้

    

            อีกไม่นานนายจะได้รู้ว่าเล่นกับใคร

 

   

            “ฉันจะหามาใช้นาย แต่ฉันขอเวลาหน่อย ฉันใช้นายแน่”

 

            “เวลาล่ะ เอาเท่าไร”วอนบินยิ้มมุมปาก แจจินก้มมองพื้นกระเบื้องสีมืด ใช้ความคิดอย่างหนักก่อนที่จะตัดสินใจพูดออกไป

 

            “ห้าปี”

 

            “ฮะ ห้าปี”วอนบินหัวเราะ เสียงหัวเราะของเขาดังก้องห้องนอนใหญ่ ในความคิดของแจจินมันเหมือนเสียงหัวเราะของปีศาจไม่มีผิด มันเหมือนกำลังจะกลืนกินเขา แจจินเม้มปากแน่น

 

            “มันมากไปหน่อยมั้งแจจิน แล้วคนที่ไม่เคยทำอะไรอย่างนายจะหาเงินมาใช้ฉันเป็นล้านๆวอนภายในห้าปี ที่นี่ไม่ใช่โลกการ์ตูนนะ”วอนบินใช้นิ้วเรียวยาวไล้ไปตามแก้มเนียนของแจจิน แจจินปัดมือนั้นออกทันที

 

            

            ความรู้สึกที่ขยะแขยง

 

  

            “ฉันทำได้!!!”แจจินตะคอกใส่หน้าวอนบิน

 

            “เหรอ??”

 

            “แต่นายไม่จำเป็นที่จะต้องเหนื่อยหาเงินเองเลยนิแจจิน”วอนบินกอดอก ความเงียบเขาครอบงำอีกครั้ง

 

            กลับกลายมาเป็นสงครามทางสายตาแทน

 

            ต่างคนต่างจ้องหน้ากันอย่างเอาเป็นเอาตาย

 

            “แล้วนายจะให้ฉันทำยังไง เสกเอาหรือไง”แจจินพูดออกมาหลังจากเงียบไปนาน

 

              

            รู้สึกถึงกลิ่นแปลกๆที่ไม่น่าไว้วางใจ

     

            ร่างบางถูกผลักลงบนเตียงนุ่ม ใบหน้าที่เรียบเฉยกลับกลายเป็นตื่นตะหนก วอนบินขึ้นคร่อมบนตัวแจจิน สัญชาติญาณการป้องกันตัวทำงาน แจจินวาดมือหมายจะชกที่ใบหน้าของวอนบินแต่มือทั้งสองถูกรวบขึ้นเหนือศีรษะโดยมือเดียว ใบหน้าคมเลื่อนลงมาใกล้ใบหน้าตื่นตกใจ แม้ใบหน้าจะอยู่ห่างกันหลายนิ้วอยู่ แต่กลิ่นหอมจากร่างข้างใต้ทำให้เขาแทบคลั่ง

 

            “นายจะทำอะไร”แจจินพยายามดิ้นให้หลุดจากพันธนาการ ขาทั้งสองพยายามถีบลำตัวของวอนบิน วอนบินจึงรวบขาทั้งสองของแจจินให้อยู่ใต้หว่างขาของเขา

 

            “คิดว่าแรงเยอะขนาดไหนกันเชียว”วอนบินใช้มือข้างที่เหลือจับคางของแจจินให้ใบหน้าอยู่นิ่ง สายตาของทั้งสองสบกัน

 

            

            เต็มไปด้วยการฟาดฟันทางสายตา

 

  

            “นายก็หน้าตาดีเหมือนกันนะ”วอนบินปล่อยคางของแจจิน ใช้มือนั้นสางผมที่ปิดใบหน้าหวานให้ไปทัดหู

 

            “ถุย”

 

            “ฉันเป็นผู้ชาย”แจจินถุยน้ำลายโดนใบหน้าของวอนบิน วอนบินใช้มือเช็ดสิ่งที่แจจินมอบให้ออกจากแก้ม ดวงตาของเขาแข็งกร้าวขึ้นกว่าเดิม

 

           

 

            เพี๊ยะ

 

  

            ใบหน้าหวานหันไปตามแรงตบ

 

            เลือดไหลออกมาจากมุมปาก

 

            แจจินหันกลับมามองหน้าวอนบิน ตอนนี้สายตาของทั้งสองแข็งกร้าวพอๆกัน

 

            “นายจะเอาชีวิตฉันชดใช้นายหรือไง!!!”แจจินตะคอกใส่หน้าวอนบิน ออกแรงเฮือกสุดท้ายพยายามผลักร่างสูงให้ออกจากตัว แต่กลับไม่มีผลใดๆเกิดขึ้น

 

            “ตอนนี้ไม่ใช่ แต่ต่อไปอาจจะไม่แน่”วอนบินเอ่ย แจจินหยุดดิ้นเพราะดิ้นต่อไปก็เท่านั้น

 

           

 

            เก็บแรงไว้หนีตอนสุดท้ายซะจะดีกว่า

  

            “หน้าอย่างนายชดใช้ฉันด้วยการทำงานก็ได้”

 

            “งานอะไร”แจจินขมวดคิ้ว

 

            “โฮสต์ไง นายไปเป็นโฮสต์ที่ร้านของฉัน”

 

            “โฮสต์??”แจจินทวนคำ

 

            “นายคงเรียกลูกค้า ผู้ชาย ได้หลายคนอยู่”วอนบินเน้นคำว่า ผู้ชาย แจจินตาโตเมื่อได้ยินคำนั้น

 

            “ทำไมฉันต้องทำด้วย”

 

            “หรือว่านาย”วอนบินใช้มือข้างเดียวลูบไปตามส่วนเว้าของแจจิน แจจินดิ้นขลุกขลัก

 

            “อยากเป็นนางบำเรอของฉันหรือไง”วอนบินก้มลงกระซิบประโยคนี้ข้างหูของแจจิน ก่อนจะกดจมูกลงบนซอกคอขาว สูดกลิ่นหอมจากตัวแจจิน

 

            “ปล่อยฉันนะ”แจจินยิ่งดิ้นแรงขึ้นกว่าเก่า แต่ก็ยังเป็นเหมือนเดิม เขาหลับตาแน่น น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้าง ความกลัวเริ่มเข้าครอบงำเขามากขึ้น         

            

            จมูกสูดกลิ่นหอมจากซอกคอแล้ว ปากได้รูปค่อยๆฝากรอยคิสมาร์กไว้บนซอกคอขาวของแจจิน

            

            “โอ๊ย”แจจินอุทานออกมาเมื่อฟันเรียงสวยจมลึกลงไปบนเนื้อเนียนของเขา

 

            “ฮื้อ”แจจินสะอึก ร่างกายของเขาถูกปล่อยให้เป็นอิสระ แต่เขากลับไม่มีแรงหนีอย่างที่คิดไว้ รู้สึกสั่นเทาไปทั่วร่างกาย

 

            “พรุ่งนี้ฉันจะมาเอาคำตอบ”วอนบินลุกขึ้นยืน เขาเดินตรงไปที่ตู้เสื้อผ้าที่อยู่ห่างไปไม่ไกล เสื้อผ้าชุดหนึ่งถูกโยนลงบนตัวของเขา

 

            “อาบน้ำซะ”วอนบินพูดแล้วเดินออกไปจากห้อง โดยที่ไม่เหลียวหลังมองแจจินเลย

 

            น้ำตาไหลอาบแก้มมากมาย อย่างที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อน

 

            ประตูไม้ถูกปิดลงตามเดิม วอนบินมองชายสองคนที่ยืนขนาบอยู่หน้าประตูห้อง

 

            “ล๊อกกุญแจซะ”วอนบินสั่ง ก่อนจะเดินไปตามทางเดินที่เต็มไปด้วยโคมไฟห้อยระย้าตามเพดาน

 

            แม่กุญแจถูกล๊อกเข้ากันกับหางปลา เพื่อมั่นใจว่าคนข้างในไม่มีทางออกมาได้

 

= = = =  D E M O N B O N D = = = =

 

            “พี่”ซึงฮยอนรีบวิ่งลงมาจากบันได วอนบินซึ่งเพิ่งเดินเข้ามาในบ้านเงยหน้ามองต้นเสียง

 

            “มีอะไร”

 

            “พี่สั่งลูกน้องให้ไปจับผู้ชายที่ชื่อแจจินหรือเปล่า”ซึงฮยอนถามตรงๆ วอนบินมองเขาตาถลึง เมื่อได้ยินคำว่า แจจิน

 

            “แจจินไหน ฉันไม่รู้จัก”วอนบินตอบกลับเสียงแข็ง

 

            “เพื่อนผมถูกผู้ชายกลุ่มหนึ่งจับไป ย่านนี้ก็มีแต่แกงค์พี่ที่มีอิทธิพล”

 

            “นายกำลังกล่าวหาว่าพี่จับเพื่อนนายนั้นเหรอ??”วอนบินหัวเราะในลำคอ ก่อนจะยิ้มมุมปากให้ลูกติดแม่เลี้ยงของตน

 

            “เปล่า”

 

            “แต่ที่นายพูดมันกล่าวหาพี่ชัดๆ พี่จะจับเพื่อนนายมาทำไม”วอนบินใช้มือจิ้มหน้าผากซึงฮยอนแล้วเดินผ่านเขาไป ซึงฮยอนมองตามแผ่นหลังผู้เป็นใหญ่ของบ้าน

 

               

            อยากจะเชื่อแต่ทำใจให้เชื่อไม่ได้

 

= = = =  D E M O N B O N D = = = =

 

            น้ำเย็นเฉียบกระทบกับพื้นกระเบื้องสีครีม ฝักบัวติดผนังถูกเปิดจนสุด แจจินยืนอยู่ท่ามกลางน้ำที่ตกลงมาตามแรงโน้มถ่วง เสื้อผ้าที่เขาใส่อยู่เปียกปอนไปทั้งตัว มือทั้งสองข้างขัดตามลำคอของตนเองจนแดงไปหมด

 

              

            สัมผัสที่น่ารังเกียจ

 

 

  

            น้ำทำให้น้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาดูกลมกลืนกับพวกมัน ใบหน้าหันไปมองที่กระจกติดผนัง สายตาเลื่อนมองเงาในกระจก หยุดลงที่ซอกคอตัวเอง รอยแดงซ้ำเด่นชัดในสายตาของเขา

 

            อยากตัดเนื้อตรงนั้นออกซะรู้แล้วรู้รอด

 

            นิ้วโป้งถูตรงนั้นจนเจ็บไปหมด แต่มันก็ไม่จางหายไปสักที กลับเด่นชัดขึ้นกว่าเดิม

 

            แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเกลียดที่อยากมอบให้กับคนที่ชื่อ วอนบิน

 

= = = =  D E M O N B O N D = = = =

 

            สายตาคมมองไปที่ประตูห้องเรียน ก่อนที่จะก้มมองนาฬิกาข้อมือราคาแพงของตนเองอีกครั้ง มือเรียวที่เหมือนไม่เคยผ่านการทำงานหนักคว้าโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง กดโทรศัพท์หาคนที่เขารออยู่

            

            หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้

  

            เหมือนเมื่อคืนไม่มีผิด

  

            ซึงฮยอนถอนหายใจ สายตาจับจ้องไปที่ประตูห้องตามเดิม

 

= = = =  D E M O N B O N D = = = =

 

กริ๊ก

  ใบหน้าหวานหันขวับไปที่ประตู เมื่อประตูที่ปิดอยู่นานถูกเปิดออกอีกครั้ง ร่างสูงสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสเล็คสีดำเดินเข้ามาในห้อง ประตูห้องปิดลงตามเดิม   

สงครามทางสายตาเริ่มต้นอีกครั้ง

  

“ฉันมาเอาคำตอบ”วอนบินยืนมองแจจินที่นั่งเงียบอยู่ที่โชฟามุมห้อง

   

แจจินเพียงหัวเราะในลำคอ

   

“ว่าไง”วอนบินถามอีกครั้งเสียงดังกว่าเดิม

 

“แล้วฉันมีสิทธิ์เลือกด้วยหรือ?”แจจินตอบไปด้วยน้ำเสียงที่กระตุ้นอารมณ์โกรธของวอนบิน

 

 

“ฉลาดนิคุณแจจิน”วอนบินปรบมือดังลั่นห้องกว้าง เดินตรงเข้าไปหาแจจิน

 

“หยุดอยู่ตรงนั้นนะ”แจจินออกเสียงสั่ง แต่มีหรือวอนบินจะฟังเขา เหมือนดั่งยิ่งพูดยิ่งยุ วอนบินก้าวฉับๆตรงไปหาเขาเร็วกว่าเดิมซะอีก

 

“ถ้านายเข้ามาฉันตีหัวนายจริงๆด้วย”แจจินคว้าแจกันบนโต๊ะข้างๆขึ้นมาจับให้ถนัดมือ วอนบินหยุดเดินทันที

 

“ไม่ทดลองงานหน่อยเหรอ?”วอนบินยิ้มอย่างมีเลศนัย

 

“ไมต้อง!!!”แจจินตะโกนลั่นห้อง

 

“ก็ได้”วอนบินพูดเสร็จก็เดินออกจากห้องไป แจจินวางแจกันลงตามเดิม เขาใช้มือขวาทาบลงบนอกของตัวเองแล้วถอนหายใจ

 

= = = =  D E M O N B O N D = = = =

 

แจจินเดินตามชายคนหนึ่งไปเงียบๆ สายตาคมมองพื้นพรมที่ปูยาวไปตลอดทาง ไม่กล้าแม้จะเงยหน้าสบตากับผู้คนที่เดินผ่านไปมา แม้ในหัวของเขาจะคิดของความช่วยเหลือจากคนเหล่านั้น แต่นี่ก็แค่ความคิด เพราะเขายังอยู่ในถ้ำเสือ แค่กระดิกตัวเขาอาจจะโดนกรงเล็บเสือร้ายสะกิดเอาง่ายๆ

 

“นาย อ่อ จะพาฉันไปไหนเหรอ?”แจจินเอ่ยปากถามเจ้าของแผ่นหลังที่เดินนำหน้าเขา

 

“ไปห้องแต่งตัวครับ”ชายคนนั้นหันมาตอบเขาด้วยรอยยิ้ม

 

รอยยิ้มที่สร้างความอบอุ่นให้แจจิน

 

“อืม แล้วนายเป็นพนักงานที่นี่เหรอ?”แจจินมองไปรอบๆ เป็นห้องแถวเรียงกันยาว แม้เขาจะไม่รู้ว่าการเป็นโฮสต์ต้องทำยังไงบ้าง แต่เขาก็คิดว่าที่นี่คงเป็นที่ทำงานในอนาคตอันใกล้แน่ๆ

 

“เปล่าครับ”

 

“ผมเป็นลูกน้องคนสนิทของคุณวอนบิน”

 

แจจินได้ยินคำตอบถึงกับกระตุกยิ้ม

 

ทำตัวเก่งขนาดนั้นต้องมีลูกน้องคนสนิทด้วยหรือไง

 

“ผมชื่อจงฮุนครับ ชเว จงฮุน”ชายคนนั้นแนะนำตัวให้แจจินได้รู้จัก ใบหน้าหล่อเหลาส่งยิ้มเป็นมิตรให้กับเขา

 

“ผม อี แจจิน ครับ”แจจินยิ้มตอบ

 

“ผมมีหน้าที่ดูแลคุณแจจินตามที่คุณวอนบินสั่งมาครับ”จงฮุนเอ่ยต่อ แจจินได้ยินดังนั้นก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้

 

ถึงกับส่งคนมาจับตาดูกันเลยหรือ

 

อย่าให้เผลอเถอะ จะบินออกจากกรงไปให้ไกล

 

จงฮุนเปิดประตูไม้ที่มีป้ายติดหน้าห้องว่า เฉพาะพนักงาน แจจินมองเข้าไปในห้องที่เต็มไปด้วยโต๊ะเครื่องแป้ง กระจกรายล้อมรอบห้อง ผู้ชายหน้าตาดีนั่งอยู่ในนั้นหลายคน จงฮุนพาเขาเดินมาหยุดอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งว่างๆโต๊ะหนึ่ง

 

“โต๊ะนี้เป็นที่ประจำของแจจินนะครับ”จงฮุนมองเข้าไปในกระจก สบตากันผ่านกระจกเงานั้น รอยยิ้มเล็กๆส่งให้กันและกัน

 

“ไม่ต้องเรียกว่าคุณก็ได้ เรียก แจจิน เฉยๆเถอะ ดูเหมือนจงฮุนจะอายุมากกว่าผมซะด้วย”แจจินยังคงสบตากับจงฮุนผ่านกระจกเงาแบบนั้น

 

“ก็ได้แจจิน งั้นนายก็เรียกฉันว่าจงฮุนนะ”

 

“โอเค”แจจินตกลง ทั้งสองหัวเราะพร้อมกัน

 

“สักครู่นะ”จงฮุนแตะบ่าแจจิน แจจินพยักหน้าและนั่งลงบนเก้าอี้ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้งของตน เขาหันไปมองจงฮุนที่เดินตรงไปอีกมุมหนึ่งของห้อง ไม่นานเขาก็เดินกลับมาพร้อมกับผู้หญิงหน้าตาสะสวยคนหนึ่ง

 

“แชริน ฝากด้วยนะ”จงฮุนหันไปบอกกับผู้หญิงคนนั้น แจจินเงยหน้ามองทั้งสองคนตาแป๋ว

 

“ได้จ๊ะ จงฮุนนั่งรอแปบนึงนะ”แชรินพยักหน้า จงฮุนหันไปยิ้มให้แจจิน แล้วเดินไปนั่งอยู่ตรงโซฟาด้านหลังแจจิน

 

“ดีจ๊ะ ฉันแชรินนะ”แชรินแนะนำตัว กล่องเครื่องสำอางวางลงบนโต๊ะตรงหน้าแจจิน

 

“ผม แจจินครับ”แจจินยิ้มตาหยี

 

“อุ๊ย หน้าเธอไปโดนอะไรมาเนี่ย”แชรินใช้มือเรียวจับคางแจจินให้เงยหน้าขึ้นมา ก่อนจะค่อยๆพลิกซ้ายพลิกขวาดูรอยซ้ำบนหน้าของแจจิน

 

“เอ่อ”แจจินส่งสายตาเลิกลั่กให้เธอ

 

“ไม่เป็นไรหรอก ฉันรู้ว่าเธอไม่อยากพูดถึงมัน”แชรินยิ้มอ่อนโยน เธอลากเก้าอี้มาตรงหน้าแจจิน กล่องเครื่องสำอางเปิดออก

 

“ดีนะที่ไม่ซ้ำมา แต่งหน้าอ่อนๆก็ปิดมันได้แล้ว”แชรินจัดการหยิบแป้งตลับออกมา

 

“รู้ไหมหน้าเธอหวานจนฉันอิจฉาเลย”แชรินทำหน้าง้ำงอก่อนจะปิดท้ายด้วยรอยยิ้มหวานให้แจจิน

 

“เอ่อ ไม่หรอกครับ”แจจินส่ายหน้า

 

“ฮ่า”แชรินหัวเราะ เธอไม่ได้พูดอะไรต่อ ได้แต่นั่งอมยิ้มแต่งหน้าให้แจจิน แค่ลงพื้นบางๆให้หน้าเนียน จัดแต่งทรงผมให้ดูดี ไม่ถึงสิบนาทีกล่องเครื่องสำอางก็ถูกปิดตามเดิม

 

“อ่ะ นายไปเปลี่ยนชุดนะ”แชรินยื่นชุดสูทชุดหนึ่งให้กับเขา แจจินรับมันมาแล้วเดินตรงไปที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าตามที่แชรินบอก

 

ผ้าม่านห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเปิดออกหลังจากที่แจจินเข้าไปได้ไม่นาน เขาสบตากับแชรินที่นั่งรอเขาอยู่ที่เดิมและหันไปมองจงฮุนที่มองเขาอยู่เช่นกัน

 

“ว๊าวววว”แชรินลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงมาหาแจจิน มือทั้งสองข้างจับบ่าแจจินและค่อยๆหมุนตัวเขา สายตามองไล่ตั้งแต่หัวจรดเท้า

 

“เพอร์เฟ็ค”แชรินปรบมือให้ตัวเอง แจจินขมวดคิ้ว

 

“นายดูดีสุดๆ”จงฮุนเดินมายืนข้างๆแชริน

 

“พอๆกับฮงกิเลย”แชรินเอ่ย

 

“ฮงกิ???”แจจินเอียงคอสงสัยชื่อของบุคคลที่ตัวเองไม่รู้จัก

 

“อุ๊ย”แชรินยกมือขึ้นปิดปากแล้วหันไปมองจงฮุนซึ่งยืนอยู่ข้างๆ แจจินมองตามสายตาของเธอ รอยยิ้มที่เคยแต่งแต้มบนหน้าของจงฮุนหายไปแล้ว เหลือเพียงสีหน้าเรียบเฉยและสายตาที่ว่างเปล่านั้น

 

“ฉันขอโทษ”แชรินเอ่ยออกมาเบาๆ เพียงแค่นี้แจจินก็รู้แล้วว่าคนที่ชื่อ ฮงกิ มีผลต่อจิตใจของจงฮุนแค่ไหน

 

“ไม่เป็นไร”รอยยิ้มกลับมาบนใบหน้าของจงฮุนอีกครั้ง

 

“ไปเถอะ”จงฮุนบอกแจจินแล้วเดินตรงไปที่ประตู

 

“ขอบคุณมากๆนะครับ”แจจินโค้งให้แชริน

 

“พรุ่งนี้เจอกันจ๊ะ”แชรินโบกมือให้เขา แจจินรีบเดินตามจงฮุนไป

 

“ผมต้องทำอะไรมั้งเหรอครับ???”แจจินถามถึงสิ่งที่ตนเองต้องปฏิบัติ อาชีพนี้เป็นอาชีพที่เขาไม่เคยคิดที่จะสัมผัสมันเลยสักนิด

 

“แค่นายนั่งรอในห้องส่วนตัวของนาย ถ้ามีใครอยากใช้บริการนาย ทางเราจะไปเรียกนายที่ห้องเอง”จงฮุนตอบคำว่าใช้บริการมันทำให้แจจินรู้สึกต่อต้านขึ้นมาในใจ

 

“แล้วเขาจะเห็นผมได้ไงล่ะ”

 

“รูปไง”จงฮุนพูดเสร็จก็หยิบกล้องออกมาจากกระเป๋าเสื้อ

 

“ยืนตรงนี้แหละ”จงฮุนชี้ไปที่พื้นที่ว่างๆริมทางเดิน วอลเปอเปอร์ลายดอกไม้งาม แจจินเดินไปยืนตรงนั้น จงฮุนยกกล้องดิจิตอลขึ้น เขามองแจจินผ่านหน้าจอเล็กๆนั้น

 

ดั่งภาพถ่ายที่น่าเก็บสะสม

 

รอยยิ้มเล็กๆนั้นเหมือนรอยยิ้มจากเทพบนสรวงสวรรค์

 

“หนึ่ง สอง สาม”จงฮุนขยับปากบอกสัญญาณแจจิน แสงแฟลชสว่างวาบ

 

มือลดกล้องลง แจจินยังยืนยิ้มอยู่ที่เดิม

 

“หล่อมะ”แจจินถาม จงฮุนพยักหน้าตอบ

 

สวยต่างหาก

 

“นี่ห้องนายนะ”จงฮุนรีบสาวเท้าเดินต่อไปข้างหน้า เขาหยุดอยู่หน้าประตูห้องหมายเลข 348

 

“ที่นี่มีโฮสต์กี่คนเหรอ?”แจจินวิ่งตามจงฮุน จงฮุนหยิบการ์ดออกมาจากกระเป๋า เสียบเข้าที่ช่องเสียบการ์ด เสียงสัญญาณดังขึ้นเบาๆ มือเรียวบิดลูกบิดประตูเข้าไปภายในห้อง

 

ห้องโล่งกว้างปรากฏสู่สายตาของแจจิน มันเป็นเพียงห้องเล็กๆที่มีโต๊ะกระจก โซฟายาวตัวหนึ่ง ตู้เย็นเล็กๆและล๊อกเกอร์เก็บของเท่านั้น

 

“ก็เกือบร้อยนะ”จงฮุนเดินนำแจจินเข้าไปในห้อง แจจินเดินไปนั่งบนโชฟา จงฮุนเดินมานั่งข้างๆเขา

 

“อ่ะ นี่คือกฏ”จงฮุนยื่นซองกระดาษให้แจจิน

 

“อืม”

 

“อย่าหนีล่ะ”จงฮุนพูดพร้อมเสียงหัวเราะมันเรียกเสียงหัวเราะให้แจจินได้เช่นกัน

 

“ฉันไม่ทำให้นายโดนคนบ้าอำนาจด่าหรอก”แจจินยิ้มกว้าง จงฮุนพยักหน้าแล้วเดินออกจากห้องไป ประตูปิดลงตามเดิม

 

สายตาหวานมองซองกระดาษในมือ นิ้วเรียวคลี่เปิดซองหยิบกระดาษข้างในออกมาแล้วคลี่ออกอ่านข้อความบนกระดาษ มีแค่ไม่กี่ประโยคบนกระดาษนั้น อ่านไปแจจินก็หัวเราะไปด้วย หัวเราะด้วยน้ำเสียงที่ดูแคลนตัวเองเหลือเกิน

 

 

   

เวลาให้บริการ 18.00 pm – 02.00 am

 

ห้ามออกไปข้างนอกบริเวณกับลูกค้าโดยเด็ดขาด

 

ห้ามบริการพิเศษมากกว่าการพูดคุยกับลูกค้า

 

กฏพิเศษสำหรับ อี แจจิน

 

ห้ามคิดตุกติกเป็นอันขาด

 

 

   

“อย่าเผลอก็แล้วกัน”แจจินยัดกระดาษแผ่นนั้นลงในช่องว่างข้างโชฟา ยกมือขึ้นมาเท้าคาง ก้มมองนาฬิกาข้อมือของตนเอง

 

 

 

10.45 pm

 “พ่อครับ แม่ครับ สบายดีไหมครับ”แววตาของแจจินดูเศร้าเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา  

11.50 pm

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

เสียงเคาะประตูเรียกให้แจจินเงยหน้ามอง ประตูเปิดออกอีกครั้งหลังจากที่จงฮุนเดินออกไป แต่คราวนี้กับเป็นชายแปลกหน้าที่เขาไม่รู้จัก

 

“คุณแจจิน มีลูกค้าเลือกใช้บริการจากคุณครับ”ชายคนนั้นเอ่ย แจจินพยักหน้ารับและลุกขึ้นยืน

 

เท้าทั้งสองพาเขาก้าวตามชายคนนั้นไป

 

= = = =  D E M O N B O N D = = = =